บทวิเคราะห์ ราคาทอง 19 กันยา 2561 ภาคเช้า

 - 

ราคาทองเมื่อวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 2.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐระลอกใหม่ หลังจีนประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านําเข้าจากสหรัฐในอัตราภาษี 5-10% คิดเป็นวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อตอบโต้การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศเก็บภาษีสินค้านําเข้าจากจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 ก.ย.และจะพุ่งเป้าไปยังสินค้าสหรัฐจํานวน 5,207 รายการ ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ทวีตข้อความล่าสุดระบุว่า สหรัฐจะทําการตอบโต้อย่างรุนแรงและรวดเร็ว หากจีนประกาศเรียกเก็บภาษีต่อสินค้าสหรัฐโจมตีฐานเสียงของทรัมป์

ทั้งนี้ การผลัดกันออกมาตรการตอบโต้ทางการค้าระหว่างกันกระตุ้นแรงซื้อดอลลาร์ให้ฐานะสกุลเงินปลอดภัยซึ่งยังคงสร้างแรงกดดันให้กับทองคํา ด้านกองทุน SPDR วานนี้ลดการถือครองทองคําลง -0.3 ตัน

สําหรับวันนี้ติดตามผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คาดจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินเพิ่มเติม และติดตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของไทยซึ่งคาดว่าจะคงนโยบายการเงินเช่นกัน แต่อาจต้องรอสัญญาณการดําเนินนโยบายการเงินใน อนาคตซึ่งจะกระทบค่าเงินบาทของไทย พร้อมทั้งติดตามการเปิดเผยการอนุญาตก่อสร้างและข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านของสหรัฐ

>> ราคาทองวันนี้ 


5 อาหารกินง่าย ดีต่อร่างกาย ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดแนะนำให้กิน

 - 

5 อาหารกินง่าย ดีต่อร่างกาย ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดแนะนำให้กิน

องค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีมีอยู่ 3 อย่าง ได้แก่ อาหาร , การออกกำลังกาย และการพักผ่อนให้เพียงพอ เรื่องหลักๆ ที่อยากจะให้เน้นเป็นอันดับแรกคือเรื่องของอาหารการกิน เพราะเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายและเป็นตัวเติมเต็มสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกายทำงานได้อย่างสมบูรณ์ เป็นปกติ เราจึงต้องเลือกกินอาหารที่เป็นประโยชน์

Teresa Fung ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำสาขาโภชนาการ คณะสาธารณสุข มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาให้คำแนะนำเกี่ยวเรื่องอาหารที่กินง่าย แต่ได้ประโยชน์ต่อร่างกาย และควรกินเป็นประจำ หากกินอาหารเหล่านี้ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย เชื่อแน่ว่าจะต้องเห็นผลความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นแน่นอน จะมีอะไรบ้างนั้น ลองมาอ่านไปพร้อมๆ กัน

5 อาหารกินง่ายที่ร่างกายต้องได้รับ

1. บลูเบอร์รี่

บลูเบอร์รี่ เป็นผลไม้ที่มีสีม่วงเข้ม มีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน สามารถนำมาประกอบอาหารได้ทั้งคาวและหวาน เห็นลูกเล็กๆ แบบนี้แต่ก็เต็มไปด้วยสารอาหาร ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระ กากใยอาหารที่ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย วิตามิเอ อีกทั้งยังมีแคลอรี่ต่ำเพียง 56 กิโลแคลอรี่ต่อบลูเบอร์รี่ 100 กรัมเท่านั้น หากใครที่ไม่สามารถกินผลไม้ชนิดนี้ได้ ก็ยังเลือกกินอย่างอื่นทดได้เช่นกัน อาทิ เชอร์รี่ ทับทิม หรืออาจเป็นบลูเบอร์รี่แช่เข็งที่มีวางขายอยู่ตลอดทั้งปี โดยอาจกินคู่กับโยเกิร์ตรสธรรมชาติก็ยิ่งเข้ากัน

2 ปลาแซลมอน

ถึงแม้ว่าในบ้านเรา เนื้อปลาแซลมอนจะราคาที่ค่อนข้างสูงอยู่สักหน่อย แต่ก็เป็นปลาอีกหนึ่งชนิดที่อุดมไปด้วยประโยชน์ที่ร่างกายต้องการ มีโปรตีนดี และมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ดีต่อสุขภาพของสมองและหัวใจ อีกทั้งยังมีวิตามินดีที่ช่วยบำรุงกระดูก หากคนไหนที่ไม่สามารถกินปลาแซมอนได้ทุกวัน แต่อย่างน้อยก็ขอให้กิน 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ยังไงก็ให้ผลดีต่อร่างกายและสุขภาพของเราได้เช่นกัน

3. กะหล่ำดาว

เมื่อพูดถึงกะหล่ำปลี จริงๆ แล้วไม่มีแค่ชนิดเดียวที่มีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ แต่ยังมีกะหล่ำไซส์เล็กที่มีชื่ว่า กะหล่ำดาว เพียงแต่ว่าผักชนิดนี้อาจจะหาซื้อยากอยู่สักหน่อย มีวางขายตามตลาด หรือซูเปอร์มาเก็ตบางแห่งในราคาที่ไม่ได้แพงจนเกินไป มีขนาดที่ลดมาจากกะหล่ำไซส์ปกติ แต่ก็ยังอุดมไปด้วยประโยชน์ดีๆ ที่ควรเติมเต็มสู่ร่างกาย  ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเค วิตามินซี โฟเลต โพแทสเซียม ไปจนถึงสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันความเสียหายของเซลล์ภายในร่างกาย อีกทั้ง กะหล่ำดาวยังให้พลังงานที่ต่ำเพียง 28 กิโลแคลอรี่ต่อกะหล่ำดาว 1 ครึ่งถ้วยเท่านั้น มีประโยชน์ใกล้เคียงกับกะหล่ำหัวใหญ่ เมื่อกินเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดเซลล์อักเสบ หรือเซลล์ปกติซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งได้ นำมาประกอบอาหารได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะต้ม ผัด แกง ทอด

4. โยเกิร์ตธรรมชาติ

ในโยเกิร์ตมีส่วนประกอบของ โพรไบโอติกส์ ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ดีต่อร่างกาย ทำให้โยเกิร์ตดูจะมีประโยชน์กว่านมสดธรรมดาอยู่สักหน่อย โดยโพรไบโอติกส์นี้จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย อีกทั้งในโยเกิร์ตยังมีแคลเซียม โปรตีน วิตามินบี 12 แมกนีเซียม และกรดไขมันดีที่คอยรักษาให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ หากเราเลือกกินโยเกิร์ตที่มีส่วนประกอบของโปรตีน ก็จะทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว นับเป็นข้อดีหากใครที่กำลังอยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนัก แต่ต้องระวังการกินโยเกิร์ตที่มีการเพิ่มรสชาติ เพราะจะมีปริมาณน้ำตาลที่มากเกินไป หากอยากได้รสชาติอื่นๆ เพิ่มเติม ก็สามารถกินโยเกิร์ตรสธรรมชาติควบคู่ไปกับบลูเบอร์รี่ หรือผลไม้อื่นๆ ที่น้ำตาลไม่สูง ถือเป็นการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการเข้าไปอีก

5. ถั่ว

ถั่ว นั้นเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญที่เราต้องรับเข้าสู่ร่างกายเป็นประจำทุกวัน ในถั่วไม่ได้มีแค่โปรตีนเท่านั้น แต่ยังมีวิตามินอีและไขมันดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย ไม่ว่าจะ อัลมอนด์ ถั่วลิสง วอลนัท ถั่วเขียว ถั่วดำ ถั่วเหลือง ถั่วแดง ก็ล้วนแล้วแต่ดีต่อสุขภาพั้งนั้น แต่ต้องระวังถั่วบางชนิดที่ให้พลังงานสูง อย่าง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ อัลมอนด์ แมคคาเดมีย พิสตาชิโอ ถั่วเหล่านี้แค่กินเพียง 1 ก็อาจให้พลังงานสูงถึง 200 กิโลแคลอรี่ ฉะนั้น อย่าเผลอกินมากจนเกินไป

นอกจากกินอาหารอย่างที่แนะนำกันไปแล้ว ก็ควรหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อย 3 – 5 ครั้งต่อสัปดาห์ รวมถึงต้องพักผ่อนให้เพียงพอไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน สุขภาพและร่างกายของเราจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแน่นอน


บทวิเคราะห์ ราคาทอง ภาคเช้า 8 สิงหา 2561

 - 

ราคาทองคําวานนี้ ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้ น 3.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคําได้รับแรงหนุนบางส่วนจากการปิดสถานะขายเพื่อทํากําไร (Short Covering) ในตลาด COMEX นอกจากนี้ สกุลเงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโร

ขณะที่หยวน/ดอลลาร์มีเสถียรภาพมากขึ้นหลังจากธนาคารกลางจีนกําหนด Reserve requirement 20% สําหรับการซื้ อขายอัตราแลกเปลี่ยนสัญญา Forward ซึ่งทําให้ต้นทุนการเก็งกําไรในหยวนเพิ่มสูงขึ้น

ส่งผลให้ราคาทองคําดีดตัวขึ้น จากระดับตํ่าสุดที่ลงไปทดสอบในระหว่างวันบริเวณ 1,207 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามการปรับตัวขึ้นของราคาทองคํายังเป็นไปอย่างจํากัด โดยถูกสกัดช่วง บวกจากการปรับตัวขึ้ นของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดพุ่ง 126.73 จุด นําโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ดีดตัวขึ้นและหุ้นกลุ่มธนาคารพุ่งขึ้ นตามทิศทางอัตรา

ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ประกอบกับกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคําลง -1.18 ตันสู่ระดับ 787.53 ตันซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้ งแต่เดือนส.ค. ปี 2017 สะท้อนกระแสเงินทุนที่ยังคงไหลออกจากกองทุน ETF ทองคําอย่างต่อเนื่อง สําหรับวันนี้ ไม่มีกําหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่สําคัญของสหรัฐ

>> อัพเดตราคาทอง


บ้านโมเดิร์นลอฟท์ ขนาด 3 ห้องนอน ดาดฟ้านั่งชมวิว

 - 

บ้านโมเดิร์นลอฟท์ ขนาด 3 ห้องนอน ดาดฟ้านั่งชมวิว

คอนโด ใกล้ BTS
บ้านเดี่ยว ราชพฤกษ์

แบบบ้านเดี่ยว ราชพฤกษ์ บ้านโมเดิร์นแนวลอฟท์ กลิ่นไอปราสาท ที่มีลักษณะบ้านแบบหลังคาปีกนก ด้านหน้าบ้านทำเป็นดาดฟ้า ไว้เพื่อนั่งเล่นชมวิว และไว้เพื่อมุมพักผ่อนของครอบครัว

 

 

บ้านทำเป็นเป็นบันไดทางขึ้นด้านข้าง ตัวบ้านยกพื้นสูงประมาณ 1 เมตร และ หน้าบ้านมีเฉลียงและม้านั่งด้วย ฟังก์ชั้นด้านในบ้านประกอบด้วย 3 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ, 1 ห้องโถงใหญ่, 1 ห้องครัว

 

 

 

 

 

ส่วนงบก่อสร้างอยู่ที่ 1.35 ล้านบาท สำหรับบ้านหลังนี้ผลงานก่อสร้างโดยคุณ Sira Mai Unn พิกัด พิษณุโลก

 

 

 

ภาพตัวอย่าง 3D

 

 

ขอบคุณที่มา : คุณ Sira Mai Unn


บ้านชั้นเดียวหลังใหญ่ หน้ากว้างสไตล์โมเดิร์น 

 - 

บ้านชั้นเดียวหลังใหญ่ หน้ากว้างสไตล์โมเดิร์น

ไอเดียตกแต่งบ้านและบ้านเดี่ยว ราชพฤกษ์ วันนี้ขอนำเสนอบ้านชั้นเดียว ออกแบบในรูปทรงเหลี่ยมหน้ากว้าง ภายนอกตกแต่งในโทนสีขาวแซมด้วยครีบปูนสีเทา ผนังใต้หลังคากรุแต่งด้วยแผ่นไม้เทียมสีอ่อน มุงหลังคากระเบื้องลอนทรงเพิงหมาแหงน บริเวณหน้าบ้านมีเฉลียงขนาดย่อม จัดเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนรับลมเย็นนอกบ้าน

เข้ามาภายในจะพบกับห้องโถงกลางตกแต่งในโทนสีพื้น ฝ้าเพดานสีขาวรับกับผนังสีครีมอ่อน พื้นปูกระเบื้องลายหินอ่อนสลับลวดลายวินเทจสวยงาม ประดับด้วยโคมไฟแขวนทรงหรูดีไซน์คลาสสิค

อีกห้องหนึ่งเน้นการตกแต่งด้วยโทนสีขาวเป็นหลัก รับกับพื้นกระเบื้องลายหินอ่อนสีขาว พร้อมหน้าต่างกระจกบานใสที่ช่วยเปิดให้แสงแดดและอากาศถ่ายเทได้อย่างทั่วถึง ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องสว่างและปลอดโปร่งมากขึ้น

ในส่วนของห้องครัว ตกแต่งในโทนสีเทา ติดตั้งเคาน์เตอร์ครัวสำเร็จรูปสีขาว กรุแต่งผนังกันเปื้อนด้วยกระเบื้องลายทางสีขาว-เทา ดูสะอาดตาน่าใช้งาน มาพร้อมมุมครัวโล่งกว้าง เพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานมากขึ้น

บ้านสวยหน้ารูปกว้างในสไตล์โมเดิร์นหลังนี้ มีพื้นที่การใช้สอยถึง 211 ตารางเมตร ประกอบไปด้วย 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ตัวห้องโถงกลาง มีห้องครัว และโรงจอดรถ ทั้งยังใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 2.2 ล้านบาทนั้นเอง

ผลงานจาก Montree House


‘ค้างคาว’ อาจเป็นที่มาของ 5 โรคติดต่ออันตราย !

 - 

'ค้างคาว' อาจเป็นที่มาของ 5 โรคติดต่ออันตราย !

คงจะเป็นเรื่องปกติกันอยู่แล้วที่วิถีชีวิตของเราไม่ค่อยจะได้ยุ่งเกี่ยวกับสัตว์ที่อาศัยอยู่ในถ้ำ อย่าง ค้างคาว เท่าไหร่นัก เว้นแต่จะเดินทางเข้าไปท่องเที่ยว ชื่นชมธรรมชาติ และความงดงามของถ้ำที่อยู่ในป่า ซึ่งเราก็มักจะพบเจอกับฝูงค้างคาวที่เกาะอยู่ตามเพดานถ้ำเป็นจำนวนมาก และออกหากินในเวลากลางคืน รู้หรือไม่ ? ว่าค้างคาวนี่แหละอาจเป็นแหล่งแพร่กระจายโรคติดต่ออันตรายมาสู่มนุษย์ได้ ถึงแม้ในบ้านเราจะเป็นเรื่องใหม่ แต่ในต่างประเทศนั้นค่อนข้างตื่นตัวกับเรื่องนี้อยู่พอสมควร เนื่องจากโรคระบาดที่พบในค้างคาวได้คร่าชีวิตของผู้คนไปเป็นจำนวนมาก  วันนี้เราก็มีข้อมูลของ 5 โรคติดต่ออันตรายที่เกิดจากค้างคาวมาฝากกัน จะได้หลีกเลี่ยงทันยังไงล่ะ สุขภาพของเราก็จะไม่เสียอีกด้วย

5 โรคติดต่ออันตรายที่ได้จาก ‘ค้างคาว’

1. โรคติดเชื้อไวรัสอีโบาลา

ชื่อโรคนี้ใครหลายๆ คนอาจจะคุ้นหูกันเป็นอย่างดี ซึ่งการติดเชื้อไวรัสอีโบลานี้เกิดจากการติดเชื้อที่มีมากถึง 5 สายพันธุ์ ได้แก่ Zaire , Sudan , Reston , Taï Forest และ Bundibugyo Ebolavirus ที่อยู่ในกลุ่ม Filovirus โดยหนึ่งในสายพันธุ์ที่ติดนั้นสามารถพบได้ในสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังหลายชนิด รวมไปถึงค้างคาวผลไม้ที่เคยมีการตรวจพบการติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ ค้างคาวจึงกลายเป็นสัตว์อีกหนึ่งชนิดที่เป็นแหล่งสะสมเชื้ออีโบลาในธรรมชาติ

วิธีสังเกตว่าเป็นโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา จะมีไข้สูง , ปวดศีรษะ , ปวดกล้ามเนื้อ , มีอาการก่อนเพลีย , ท้องเสีย , อาเจียน , เจ็บคอ และเกิดเป็นผื่นนูนแดงขึ้นตามตัว

วิธีป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่าที่นำเข้ามาแบบไม่ผ่านการตรวจโรคทั้งที่ป่วย หรือไม่ป่วย อีกทั้งให้หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่ทำจากสัตว์ป่าป่วยตายแบบไม่รู้สาเหตุ โดยเฉพาะสัตว์จำพวกลิง ค้างคาว หรืออาหารที่เป็นเมนูพิสดาร ใช้สัตว์แปลกๆ มาประกอบเป็นอาหาร

2. โรคกลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง

โรคนี้จะมีการพบเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า SARS-CoV (Severe Acute Respiratory Syndrome) พบได้ในสัตว์หลายชนิด อย่าง สุนัขแรคคูน หรืออีเห็นเครือ มีการคาดเดากันว่าเชื้อชนิดนี้ถูกแพร่ออกไปจากการจำหน่ายสัตว์ป่าเพื่อเป็นอาหารในประเทศจีน จึงทำให้เกิดการปนเปื้อน จากนั้นเชื้อก็ถูกแพร่ไปสู่มนุษย์ ต่อมาไม่นานก็มีการตรวจพบการติดเชื้อในค้างคาวมงกุฏที่อยู่ในประเทศจีน ทั้งยังพบการติดเชื้อในลิงชิมแปนซี , สุนัข , ไก่ , หนู , แมว และนกอีกด้วย ซึ่งโรคกลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงนี้สามารถแพร่กระจายตัวจากสัตว์ไปคนและคนไปสู่คนได้ผ่านการไอรดใส่กัน , การจาม และการสัมผัสสิ่งปนเปื้อนละอองเสมหะของผู้ติดเชื้อ

วิธีสังเกตุว่าเป็นโรคกลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง จะปวดเมื่อยตามตัว , มีไข้ , หนาวสั่น , เบื่ออาหาร , เจ็บคอ , หายใจหอบ บางครั้งอาจรุนแรงไปจนเกิดเป็นปอดอักเสบ หรือปอดบวมได้

วิธีป้องกันไม่ให้ติดโรคกลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุ่นแรง คือ ต้องอยู่ให้ห่างจากผู้ติดเชื้อ ใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันละอองเสมหะของผู้ป่วย ตลอดจนไปไม่บริโภค หรือสัมผัสกับเนื้อสัตว์ที่ไม่สะอาด ไม่รู้แหล่งที่มา รวมถึงต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย

3. โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์

สำหรับอาการติดเชื้อนี้เป็นโรคติดต่อจากสัตว์ไปสู่คน โดยเกิดจากการสัมผัสกับมูลสัตว์ และสารคัดหลั่งของพาหะนำโรค อย่าง ค้างคาวผลไม้ ไปจนถึง หมู แมว ม้า แกะ และแพะที่ได้รับเชื้อมาจากค้างคาวผลไม้อีกทอดหนึ่ง ทั้งยังสามารถติดเชื้อจากคนไปสู่คนได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็น เลือด หรือน้ำลาย เป็นต้น

วิธีสังเกตว่าเป็นโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เบื่องต้นจะมีอาการปวดศีรษะ , มีไข้ , มีอาการอ่อนเพลียคล้ายกับเป็นไข้หวัดธรรมดา , เริ่มหายใจเร็วขึ้น หนักขึ้น , ไอเสียงดัง และเริ่มมีอาการแทรกซ้อนที่อันตราย อาทิ สมองอักเสบ , ปอดบวม ซึ่งหากปล่อยไว้ อาการก็จะหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้ายังไม่รีบไปดำเนินการรักษาก็อาจเสี่ยงเสียชีวิตได้

วิธีป้องไม่ให้เป็นโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ หลังจากที่ต้องสัมผัสกับสัตว์ ให้ล้างมือและทำความสะอาด ไม่กินสัตว์ที่ตายโดยไม่รู้สาเหตุและไม่กินเนื้อดิบ ไปจนถึงการไม่กินผักและผลไม้ที่มีรอยกัดแทะของสัตว์ในป่าจะดีที่สุด

4. โรคกลุ่มอาการทางเดินหายใจตะวันออกกลาง

โรคนี้มีอีกชื่อเรียก คือ โรคเมอร์ส เกิดจากการติดเชื้อในกลุ่มไวรัสโคโรน่าที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหารได้ ซึ่งภายหลังที่มีการตรวจพบเชื้อไวรัสก่อโรคในกลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงในค้างคาวแล้ว จึงมีการตรวจหาเชื้อไวรัสโรคกลุ่มอาการทางเดินหายใจตะวันออกกลางในค้างคาวด้วย จึงได้พบว่ามีเชื้ออยู่ในค้างคาวปีกถุงที่อยู่ในประเทศซอุดิอาระเบียบ แต่ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีการติดเชื้อของโรคนี้จากค้างคาวไปสู่มนุษย์โดยตรง แต่ก็มีการค้นพบการติดเชื้อจากค้างคาวไปสู่อูฐ และอูฐสู่มนุษย์ในพื้นที่แถบประเทศตะวันออกกลาง สำหรับการติดต่อของเชื้อไวรัสชนิดนี้จะคล้ายกับการติดเชื้อของโรคซาร์สและโรคไข้หวัดทั่วๆ ไป เกิดจากการที่ผู้ติดเชื้อไอ หรือจามใส่ตรงๆ จากนั้นผู้ที่อยู่ใกล้ก็จะสูดเอาละอองเสมหะ หรือสัมผัสกับละอองเสมหะของผู้ติดเชื้อผ่านทางข้าวของเครื่องใช้ แล้วนำมือมาเช็ดตา เช็ดจมูก โดยไวรัสชนิดนี้อาจรวมไปถึงการใกล้ชิดและสัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้อด้วย

วิธีสังเกตว่าติดเชื้อไวรัสโรคกลุ่มอาการทางเดินหายใจตะวันออกกลาง จะปวดหัว , มีไข้ , เจ็บคอ , ปวดเมื่อยตามตัว , หอบ , หายใจหนัก หากอาการมีความรุนแรงขึ้นก็อาจมีอาการในระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน รวมไปถึงอาการเหนื่อยหอบตามความรุนแรงของภาวะขาดออกซิเจนได้

5. โรคติดเชื้อไวรัสเฮนดรา

โรคติดเชื้อไวรัสเฮนดรา นี้เดิมมีชื่อเรียกว่า ไวรัสที่ก่อโรคในสัตว์กีบ เกิดจากเชื้อไวรัสเฮนดราที่เป็นไวรัสใน genus Henipavirus, family Paramyxovirus พบครั้งแรกเมื่อมีการติดเชื้อในม้า ต่อมาจนถึงปี ค.ศ. 2000 นักวิจัยก็ได้ตรวจพบการติดเชื้อในค้างคาวแม่ไก่ หรือค้างคาวผลไม้ด้วย ไวรัสชนิดนี้จะก่อให้เกิดโรคที่ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เกิดเยื้อหุ้มสมองอักเสบแบบไม่รุนแรง

วิธีสังเกตว่าเป็นโรคติดเชื้อไวรัสไฮดรา มีตั้งแต่ปวดศีรษะ , วิงเวียน , เจ็บคอ , ซึมและสับสน ไปจนถึงมีอาการปอดอักเสบที่อาจรุนแรงไปจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

วิธีป้องกันไม่ให้เป็นโรคติดเชื้อไวรัสเฮนดรา จะต้องทำความสะอาดมือทุกครั้งหลังจาที่สัมผัสกับสัตว์ ไม่กินเนื้อสัตว์ที่ตายโดยไม่รู้สาเหตุ กินผักและผลไม้ที่สะอาด โดยต้องไม่มีรอยแทะของสัตว์อื่น

ทางที่ดีที่สุด เพื่อป้องกันให้เกิดการติดต่อของ 5 โรคจากค้างคาวที่กล่าวถึงมา ต้องอยู่ให้ห่างจากผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ส่วนผู้ติดเชื้อจะต้องสวมผ้าปิดปาก-จมูก และเดินทางไปพบแพทย์ พร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่หากมีประวัติว่าเคยเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของเชื้อดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น ซาอุดีอาระเบีย การ์ตา จอร์แดน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อังกฤษ ฝรั่งเศส ตูนิเซีย เยอรมนี อิตาลี โอมาน คูเวต มาเลเซีย กรีซ และฟิลิปปินส์ หากใครที่จำเป็นจะต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ ก็ให้สวมหน้ากากอนามัยและรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด

คอหวยกวาดเรียบ…ตั้งแต่เนิ่นๆลอตเตอรี่เลขทีมหมูป่าเกลี้ยงแผง

 - 
คอหวย เลขเด็ด ผลสลาก

ชาวกระบี่แห่ซื้อหวยเลข 13 ทีมหมูป่าอะคาเคมี ติดถ้ำหลวง-ขุมน้ำนางนอน เกลี้ยงแผงตั้งแต่วันแรก คอหวยเชื่องวดนี้มาแน่ แม่ค้าเผยหมดตั้งแต่นาทีแรกที่วางแผง ขณะที่เลขป้ายทะเบียน ครูบาบุญชุ่ม ก็ถูกกว้านซื้อจนไม่เหลือเช่นกัน

วันนี้ (5 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวได้ออกสำรวจ แผงจำหน่ายลอตเตอรี่ ภายในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ประจำงวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2561  หลังจากที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าลอตเตอรี่ เริ่มนำออกมาวางจำหน่าย พบว่า เหล่านักเสี่ยงโชคได้กว้านซื้อ เลขเด็ดมาจำหน่าย ส่วนคนที่มาช้าต่างก็ต้องพบกับความผิดหวัง และ ได้ซื้อตัวเลขที่ใกล้เคียงแทน

นอกจากตัวเลขจำนวนของทีมนักฟุตบอล 13 แล้ว ตัวเลขที่คอหวยให้ความสนใจไม่แพ้กันก็คือ ตัวเลข ป้ายรถของ ครู บาบุญชุ่ม เกจิชื่อดัง9013 ขณะที่นั่งมาบริเวณหน้าถ้ำหลวง ก็ได้รับความนิยม จากคอหวยไม่แพ้กัน

เลขเด็ดคอหวยดูได้ที่นี่คลิ๊ก!!!


บริโภค ‘แป้ง’ ยังไงให้ผอม ?

 - 
บริโภค 'แป้ง' ยังไงให้ผอม ?

บริโภค 'แป้ง' ยังไงให้ผอม ?

เรามักจะรู้กันดีว่า แป้ง เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร่างกายของเราดูใหญ่โตไม่ไปตามที่คิด หรือถ้าให้เข้าใจกันง่ายๆ ก็เรียก ‘อ้วน’ นั่นแหละ เมื่ออ้วนขึ้น การใช้ชีวิตของเราก็จะเปลี่ยนไป สุขภาพก็คงไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ไหนจะการเคลื่อนไหวที่ช้าลง เดินเหินก็เหนื่อยง่าย ทุกวันนี้คนรุ่นใหม่จึงหันมาใส่ใจดูแลตัวเองกันมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องการออกกำลังกาย แต่ยังรวมถึงอาหารการกินด้วย เพราะใครๆ ก็อยากให้รูปร่างดูดี ใส่เสื้อผ้าแบบไหนก็เข้าตา ฉะนั้น การบริโภคอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตต้องให้น้อยลง เนื่องจากมีส่วนสำคัญอยู่มากกว่ากับการควบคุมน้ำหนัก แต่รู้หรือไม่ว่ามีวิธีกินอาหารจำพวกแป้งให้ดูผอมได้ด้วยนะ

กินอาหารจำพวก ‘แป้ง’ ยังไงให้ดูผอม ?

ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้เต้ากันขึ้นมาเองนะ แต่เป็นข้อมูลที่มีนักโภชนาการได้ออกมาให้คำแนะนำไว้สำหรับผู้ที่อยู่ช่วงควบคุมน้ำหนัก โดยบอกว่าให้เลือกกินอาหารจำพวกแป้ง หรือคาร์โบไฮเดรตที่อยู่ในกลุ่มดี (Good Carbs) อย่าง คาร์โบไอเดรตเชิงซ้อน เพราะนับว่าเป็นอาหารกลุ่มแป้งที่ดีต่อสุขภาพและทำให้การควบคุมน้ำหนักเห็นผม เป็นกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ยังไม่ได้ผ่านการแปรรูปในอุตสาหกรรม หรือผ่านขั้นตอนขัดสีน้อย เช่น ข้าวกล้อง , ข้าวซ้อมมือ , ถั่ว , แป้งที่ขัดสีน้อย , ผักใบเขียว , มันเทศ , เผือก , พืชที่มีฝัก , ธัญพืชต่างๆ หรือแม้แต่ฟักทอง ซึ่งปริมาณที่พอดีต่อการบริโภค คือ 8 – 10 ทัพพี

ด้วยความที่อาหารจำพวกแป้งในกลุ่มดีนี้ถูกแปรรูปน้อย ขัดสีน้อย จึงอุดมไปด้วยประโยชน์ต่างๆ ทั้ง ไฟเบอร์ , วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะทำการย่อยอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป เป็นผลดีที่ร่างกายจะได้รับพลังงานจากอาหารเข้าสู่กระแสเลือดอย่างสม่ำเสมอ ทำให้อิ่มนานขึ้น บริโภคอย่างต่อเนื่องก็จะดีต่อสุขภาพและระบบย่อยอาหาร เพราะกากใยจะช่วยดูดซึมสารพิษที่อยู่ในลำไส้และขับถ่ายออกมา


ไม่เสียใจอีกต่อไป ใช้ตู้ไปรษณีย์ ที่สนามบินส่งของกลับบ้าน

 - 
ตู้ไปรษณีย์ ที่สนามบิน

สำหรับใครที่เดิินทางด้วย เครื่องบิน บ่อยๆ คงต้องเจอกับปัญหาเหล่านี้ที่สนามบิน คือ ต้องทิ้งของ ต่อจากนี้ไป ไม่ต้องตัดใจ ไม่ต้องเสียใจแล้ว เพราะมี ตู้ไปรษณีไฮเทค ช่วยส่งของที่เรานำขึ้นเครื่องไปไม่ได้ กลับบ้านได้เลยทันที

ของต้องห้ามที่ห้ามนำขึ้นเครื่อง ที่เรากล่าวถึงไปนั้น หลายคนอาจจะนึกไม่ออกว่า มีอะไรบ้าง ที่เราอาจจะเผลอเรอลืมติดกระเป๋าไปด้วย เช่น ของเหลวเกิน 100 มิลลิกรัม สนามบินทั่วประเทศ 28 แห่งจะมีตู้ไปรษณีย์ให้ส่งกลับบ้านได้

>> ดูวัตถุต้องห้ามนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน  

เครื่องบริการฝากส่งไปรษณีย์อัตโนมัติ (Automated Postal Machine : APM) หรือ “เอพีเอ็ม” เนื่องจากกระแสตอบรับที่ดีจากการติดตั้งเครื่องแรกที่สนามบินสุวรรณภูมิ ได้วางไว้ให้ได้ทดลองใช้งานที่ บริเวณผู้โดยสารขาออก ชั้น 4  โดยสามารถส่งสิ่งของนั้นได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

และในปัจจุบัน จะติดตั้งเพิ่มอีก 9 เครื่องในท่าอากศยานสังกัดกรมท่าอากาศยาน 7 แห่ง กระบี่ 2 เครื่อง อุดรธานี 2 เครื่อง สุราษฏร์ธานี 1 เครื่อง อุบลราชธานี 1 เครื่อง นครศรีธรรมราช 1 เครื่อง ขอนแก่น 1 เครื่อง แม่สอด 1 เครื่อง และในปีหน้า มีแผนจะติดตั้งเครื่องบริการฝากส่งไปรษณีย์อัตโนมัติ เพิ่มอีก 10 สนามบิน รวมแล้วจะมีเครื่องบริการฝากส่งไปรษณีย์อัตโนมัติ อยู่ในพื้นที่สนามบิน 28 แห่งทั่วประเทศ

>> วิธีการใช้งานเครื่องบริการฝากส่งไปรษณีย์อัตโนมัติ

 


ลองทำตาม 9 อย่างนี้ !! แล้วการออกกำลังกายจะเห็นผล

 - 
ลองทำตาม 9 อย่างนี้ !! แล้วการออกกำลังกายจะเห็นผล

ลองทำตาม 9 อย่างนี้ !! แล้วการออกกำลังกายจะเห็นผล

มีคุณผู้ชายอยู่ไม่น้อยเลยที่ตอนนี้หันมาใส่ใจเรื่องของสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกินและการออกกำลังกาย เชื่อได้ว่าส่วนใหญ่ก็จะเรียนรู้วิธีต่างๆ มาจากการอ่านหนังสือ หรือการดูคลิปวีดีโอบนอินเทอร์เน็ต พอทำไปได้สักพัก บางคนก็เกิดตั้งคำถามว่า ไหงทำตามสิ่งได้รู้มาทุกอย่างแล้ว แต่การทำให้รูปร่างดีก็ยังไม่เห็นผล โดยเฉพาะเรื่องของการออกกำลังกาย สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความตั้งใจ ความสม่ำเสมอ ถึงจะเหนื่อยยากแค่ไหนก็ต้องอดทน ไม่อย่างนั้นเราจะมีรูปร่างที่ดี สุขภาพที่แข็งได้อย่างไรล่ะ หรือหากใครยังไม่มีแนวทางที่คิดว่าใช่ ลองมาดู 9 วิธีต่อไปนี้ ที่จะทำให้การออกำลังกายของคุณหนุ่มเห็นผลมากที่สุด

1. ต้องมีเวลาว่างให้กับตัวเอง

เวลาที่เราจะออกกำลังกายก็สำคัญไม่แพ้ไปกว่าเวลาที่เราจะต้องทำกิจการงานอย่างอื่น หากเริ่มที่จะออกกำลังกายแล้วต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ฉะนั้น เราต้องมีเวลาว่างพอสมควร ต้องรู้จักบริหารจัดการเวลาให้ดี ซึ่งในช่วงเวลาที่เราจะออกกำลังกายต้องไม่รีบร้อน ไม่มีธุระอื่นเข้ามาแทรกระหว่างที่กำลังออกกำลังกาย ไม่อย่างนั้น ความสม่ำเสมอในการทำก็จะหายไป

2. ศึกษาวิธีการออกกำลังกายอย่างถูกต้อง

ไม่ใช่คิดอยู่อย่างเดียวว่าเราจะต้องมีรูปร่างที่ดี สุขภาพของเราต้องแข็ง จนละเลยวิธีปฏิบัติและเคล็ดลับที่เหมาะสมเกี่ยวกับการออกกำลังกายไป อย่าง เราต้องการออกกำลังกายเพื่ออะไร อยากสร้างซิกแพคหรือไม่ อยากเสริมกล้ามเนื้อช่วงแขนและขาให้แข็งแรงหรือเปล่า เพราะหากเรารู้จุดประสงค์ที่จะออกกำลังกาย ก็จะได้มุ่งไปในด้านนั้นๆ แถมยังไม่เกิดอาการบาดเจ็บซึ่งอาจเป็นอุปสรรคในระหว่างออกกำลังกายได้

3. เริ่มต้นอย่างสม่ำเสมอ

เพิ่งเริ่มออกกำลังกาย ยังไงก็ไม่มีทางที่จะเห็นผลในทันที ต้องทำไปเรื่อยๆ อย่างสม่ำเสมอ มีวินัย กำหนดวันและเวลาในการออกกำลังให้ชัดเจน อย่าทำครั้งแล้วเว้นครั้งเป็นเวลานานๆ เพราะจะทำให้ออกกำลังกายเท่าไหร่ก็ไม่เห็นผล อย่างน้อย ก็ควรกำหนดเวลาในการออกกำลังกายอาทิตย์ละ 3 – 4 ครั้งต่อเนื่อง หรือหากมีเวลาน้อยหน่อย ก็ให้ออกกำลังกายในตอนเย็นวันละประมาณ 2 ชั่วโมง

4. หาแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย

เพราะแรงบันดาลใจที่ดีจะทำให้เราแอคทีฟในการออกกำลังกายอยู่ตลอดเวลา พยายามตั้งเป้าเอาไว้ว่าออกกำลังกายแล้วจะต้องทำอะไรให้สำเร็จบ้าง หรืออาจหาไอดอลที่ออกกำลังกายแล้วมีหุ่นที่ดี สุขภาพที่ดี หมั่นศึกษาเคล็ดลับจากพวกเขาเหล่านั้น จากการออกกำลังกายที่ดูยากก็จะเป็นเรื่องง่ายในทันที

5. อย่าหักโหมมากจนเกินไป

เข้าใจว่าเมื่อเลือกที่จะออกกำลังกายแล้วผลลัพธ์ที่เราอยากได้ คือ มีสุขภาพที่ดี มีรูปร่างที่น่าชมน่ามอง แต่การออกกำลังกายเพื่อให้ผลภายใน 1 วัน หรือ 1 สัปดาห์นั้นไม่มีทางเกิดขึ้นจริงได้ แทนที่เราจะได้สุขภาพดี กลับอาจต้องเกิดอุบัติเหตุจากการฝืนออกกำลังกายหนักๆ ซ้ำ ฉะนั้น เราก็ควรให้เวลาในการออกกำลังกาย ให้ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไปแล้วจะเห็นผลด้วยตัวของมันเอง

6. อย่าออกกำลังกายในท่าที่ไม่ถูกต้อง

การออกกำลังกายนั้นก็มีอยู่หลายรูปแบบ แต่ละแบบก็จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน อย่างแรกเราก็ควรรู้ว่าจุดประสงค์ในการออกกำลังกายของเราคืออะไร แล้วให้มุ่งไปตามนั้น อย่าสรรค์หาท่าทางออกกำลังกายที่แหวกแปลกพิสดารมากนัก แทนที่จะเห็นผล รังแต่จะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายซะมากกว่า

7. อย่ารับร้อนออกกำลังกาย

เมื่อเริ่มต้นออกกำลังกายแล้วก็ควรจะกำหนดระยะเวลาให้ชัดเจน อย่าออกกำลังกาย หากเรามีเวลาว่างเพียงไม่กี่นาที เพราะนั่นไม่ได้ช่วยให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญใดๆ อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลา 10 – 20 นาที เป็นอย่างต่ำ ไม่แนะนำให้รีบร้อนออกกำลังกาย หากมีเวลาน้อยขนาดนั้น ควรเอาเวลาไปนั่งพักผ่อนเฉยๆ น่าจะดีเสียกว่า

8. ต้องมีความรู้เรื่องอุปกรณ์ออกกำลังกาย

อย่าเผลอคิดไปเองว่าเรารู้วิธีที่จะใช้เครื่องออกกำลังกาย หรือไม่รู้วิธีใช้ ไม่อย่างนั้นอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ซื้อมาอาจกลายเป็นที่วางของ หรือราวตากผ้าดีๆ รวมถึงเวลาที่เข้าฟิตเนสก็ไม่ควรใช้เครื่องออกกำลังกายตามลำพัง ควรคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและเข้าการอบรมการใช้งานเพื่อให้การออกกำลังกายได้ประสิทธิภาพสูงที่สุด

9. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

เมื่อเข้าใจและบริหารจัดการเวลาที่จะออกกำลังกายได้แล้ว เรื่องต่อมาที่ต้องให้ความสำคัญ คือ เรื่องอาหารการกิน หากอยากให้ร่างกายออกมารูปร่างดี สุขภาพแข็งแรง ก็ต้องประทานแต่อาหารที่มีโปรโยชน์และให้สารอาหารที่ร่างกายต้องการ อย่าง เนื้อสัตว์ ผักใบเขียว ถั่วเหลือง นม เป็นต้น ส่วนอาหารประเภทของมัน  แป้ง ถ้าเลี่ยงได้ก็ให้เลี่ยง แต่หากใครทำไม่ได้จริงๆ ก็ให้ลดปริมาณการบริโภคลงเรื่อยๆ แล้วความสำเร็จในการออกกำลังกายก็จะตามมา