ข้อมูลจากศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ภายหลังการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการผ่านพ้นร้อยละ 90 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความสั้น ๆ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ขอบคุณทุกคะแนนเสียงครับ” พร้อมแถลงต่อสื่อมวลชนถึงทิศทางของพรรคในสภาชุดใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
สรุปประเด็นสำคัญจากการเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์
- จำนวน สส. โดยประมาณ: คาดว่าจะได้ที่นั่งรวมทั้งสิ้นประมาณ 20 ที่นั่ง (บวกลบ) แบ่งเป็น สส. เขต 10 ที่นั่ง และบัญชีรายชื่อ 10 ที่นั่ง
- คะแนนบัญชีรายชื่อ (Party List): มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ และจังหวัดสุโขทัยที่คะแนนพรรคมาเป็นอันดับ 1
- จุดยืนทางการเมือง: ประกาศพร้อมทำหน้าที่ “ฝ่ายค้าน” เพื่อทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาและตรวจสอบความสุจริตของรัฐบาลอย่างเข้มข้น
- ความมุ่งมั่น: นายอภิสิทธิ์ย้ำว่า ผลคะแนนที่ได้รับคือ “คะแนนบริสุทธิ์” และเป็นจุดเริ่มต้นในการฟื้นฟูศรัทธาพรรคในระยะยาว
วิเคราะห์ผลงานประชาธิปัตย์ 2569: การกลับมาของฝ่ายค้านมืออาชีพ
แม้จำนวนที่นั่งรวมจะอยู่เพียงอันดับ 5 ของกระดานเลือกตั้ง (ตามหลังพรรคภูมิใจไทย, พรรคประชาชน, พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม) แต่ชัยชนะเชิงสัญลักษณ์ที่สำคัญของนายอภิสิทธิ์ในรอบนี้ คือการปักธงคะแนนบัญชีรายชื่อได้สูงกว่าที่นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดการณ์ไว้ การที่พรรคสามารถดึงคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ในภาคใต้กลับมาได้เป็นจำนวนมาก สะท้อนว่าฐานเสียงเดิมเริ่มกลับมาเชื่อมั่นในแนวทาง “การเมืองสุจริต” ที่นายอภิสิทธิ์ใช้เป็นแกนหลักในการหาเสียง
ในส่วนของสนาม กทม. แม้พรรคจะยังไม่สามารถเจาะที่นั่ง สส. เขตกลับมาได้ตามเป้าหมาย แต่ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ยืนยันว่าการทำงานในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาเป็นการวางรากฐานใหม่ที่สำคัญ ท่ามกลางสถานการณ์ที่อดีต สส. หลายคนย้ายพรรคออกไป โดยหลังจากนี้พรรคจะใช้ สส. บัญชีรายชื่อที่เป็นบุคลากรคุณภาพ เข้าไปทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายและตรวจสอบงบประมาณในสภา เพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงมาตรฐาน “ฝ่ายค้านคุณภาพ”
ก้าวต่อไปภายใต้การนำของ “อภิสิทธิ์” ในสภาชุดใหม่
นายอภิสิทธิ์ยืนยันชัดเจนว่ายังไม่มีพรรคการเมืองใดทาบทามเข้าร่วมรัฐบาล และทางพรรคเองก็ไม่ได้เร่งรีบที่จะเข้าสู่อำนาจ โดยเป้าหมายหลักคือการรักษาคำพูดที่ให้ไว้กับประชาชนว่า จะไม่ร่วมงานกับ “ทุนเทา” หรือกลุ่มการเมืองที่ขาดความโปร่งใส การทำหน้าที่ฝ่ายค้านในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีที่พรรคประชาธิปัตย์จะพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในฐานะสถาบันทางการเมืองที่ยึดโยงกับหลักการและระบอบรัฐสภาอย่างแท้จริง
ด้วย สส. ประมาณ 20 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์อาจกลายเป็น “ตัวแปร” สำคัญในการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือการแก้ไขกฎหมายสำคัญ ๆ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า “เสียงสนับสนุนของทุกคนจะไม่สูญเปล่าแน่นอน” และพร้อมที่จะทำงานกับผู้สมัครทุกคนที่พลาดหวังในรอบนี้เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขับเคลื่อนพรรคในอนาคต
สรุปภาพรวมของพรรคประชาธิปัตย์หลังเลือกตั้ง
พรรคประชาธิปัตย์ก้าวเข้าสู่บทบาทฝ่ายค้านอย่างสง่างาม โดยมีคะแนนบัญชีรายชื่อเป็นเครื่องยืนยันถึงศรัทธาที่เริ่มฟื้นกลับมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังคงเป็นแม่ทัพหลักที่เน้นการทำงานเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณที่นั่ง เพื่อสร้างบรรทัดฐานการเมืองสีขาวให้กับประเทศไทย