ข้อมูลอย่างเป็นทางการจากพรรคไทยสร้างไทย เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ยืนยันว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคอย่างเป็นทางการแล้ว โดยให้เหตุผลว่าต้องการขับเคลื่อนงานภาคประชาชนอย่างเต็มตัว เพื่อเน้นภารกิจสำคัญในการแก้รัฐธรรมนูญและปราบปรามคอร์รัปชั่น โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
- เหตุผลการลาออก: เพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่เข้ามารับไม้ต่อ และมุ่งเน้นงานรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญในฐานะภาคประชาชน
- ภารกิจหลักหลังจากนี้: รณรงค์แก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา และสร้างกลไกปราบคอร์รัปชั่นที่ประชาชนมีส่วนร่วมได้จริง
- ข้อเสนอเด่น: เสนอให้ประชาชน 50,000 คน สามารถเข้าชื่อถอดถอนนักการเมืองและองค์กรอิสระ (กกต./ศาลรัฐธรรมนูญ) ได้
- สถานะพรรค: พรรคไทยสร้างไทยยังคงเดินหน้าทำงานเพื่อ “คนตัวเล็ก” ต่อไป แม้จะมี สส. ในสภาเพียง 2 ที่นั่ง
วิเคราะห์การตัดสินใจและทิศทางใหม่ของคุณหญิงสุดารัตน์
บนเส้นทางการเมืองกว่า 33 ปี ตั้งแต่สมัยพรรคพลังธรรมจนถึงปัจจุบัน คุณหญิงสุดารัตน์ ชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างการเมืองไทยในปัจจุบันเริ่มเข้าสู่จุดวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาคอร์รัปชั่นและการใช้เงินจำนวนมากในการเลือกตั้งปี 2569 ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อคนทำงานที่ยึดมั่นอุดมการณ์ การลาออกครั้งนี้จึงไม่ใช่การทิ้งการเมือง แต่เป็นการเลือก “สมรภูมิใหม่” ที่คล่องตัวกว่าเดิมในการกดดันเชิงนโยบายจากภายนอกสภา
ประเด็นที่น่าสนใจคือการตั้งเป้าไปที่ “องค์กรอิสระ” และ “กลไกตรวจสอบ” โดยคุณหญิงสุดารัตน์มองว่าอำนาจของประชาชนไม่ควรจบลงแค่ที่คูหาเลือกตั้ง แต่ต้องสามารถเอาผิดหรือถอดถอนผู้ปฏิบัติหน้าที่ไม่สุจริตได้จริงผ่านการเข้าชื่อ 50,000 รายชื่อ ซึ่งเป็นโมเดลที่พยายามดึงอำนาจกลับมาอยู่ในมือภาคประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
ในส่วนของพรรคไทยสร้างไทย การลาออกครั้งนี้เป็นสัญญาณการถ่ายโอนอำนาจสู่คนรุ่นใหม่ (New Generation) เพื่อปรับภาพลักษณ์พรรคให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์กลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่มากขึ้น ขณะที่ตัวคุณหญิงสุดารัตน์เองจะขยับขึ้นไปเป็นที่ปรึกษาหรือผู้นำทางจิตวิญญาณในภาคประชาชน เพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุนในการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่เธอมองว่าเป็นต้นตอของปัญหาเศรษฐกิจและสังคม
สรุปก้าวต่อไปของ “หญิงหน่อย” และไทยสร้างไทย
การลาออกของคุณหญิงสุดารัตน์ถือเป็นการขยับหมากครั้งสำคัญเพื่อหนีจากข้อจำกัดของจำนวน สส. ในสภาที่มีน้อย โดยใช้ “ต้นทุนทางสังคม” และประสบการณ์รัฐมนตรี 4 กระทรวงมาเป็นแรงขับเคลื่อนภาคประชาชนแทน เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีสิทธิ “ไล่” คนทุจริตได้ทุกระดับ เพื่อแก้ปัญหาความยากจนที่เกิดจากการโกงกินนั่นเอง