ข้อมูลจากทีมเทคนิค Sanook Auto ยืนยันว่า หากคุณต้อง เหยียบเบรกกะทันหันแล้วได้ยินเสียงดัง “กึกๆๆ” หรือ “ครืดๆๆ” พร้อมความรู้สึกว่าแป้นเบรกสั่นสู้เท้า นี่ไม่ใช่อาการรถพัง แต่คือสัญญาณว่าระบบความปลอดภัยกำลังทำงานเพื่อช่วยชีวิตคุณ สรุปข้อเท็จจริงที่ผู้ขับขี่ต้องรู้เพื่อการตัดสินใจที่ถูกต้อง ดังนี้
- ระบบ ABS ทำงาน: เสียงและแรงสั่นเกิดจากระบบป้องกันล้อล็อก (Anti-lock Braking System) กำลังจับ-ปล่อยผ้าเบรกด้วยความเร็วสูง 15-20 ครั้งต่อวินาที
- ห้ามถอนเท้าเด็ดขาด: เมื่อได้ยินเสียงนี้ ให้เหยียบเบรกค้างไว้ให้มิดที่สุดเพื่อให้ระบบทำงานจนกว่ารถจะหยุดหรือพ้นขีดอันตราย
- ยังบังคับเลี้ยวได้: ข้อดีที่สุดของ ABS คือช่วยให้ล้อไม่ล็อกตาย คุณจึงยังสามารถหักพวงมาลัยหลบสิ่งกีดขวางได้ในขณะที่เหยียบเบรกเต็มแรง
- เช็กไฟเตือน: หากมีเสียงดังพร้อมไฟรูป ABS โชว์ค้างที่หน้าปัดขณะขับขี่ปกติ นั่นหมายถึงระบบมีปัญหา ต้องรีบนำรถเข้าเช็กทันที
วิเคราะห์เสียงเบรกแบบไหนคือสัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องรีบซ่อม
นอกเหนือจากเสียง ABS ในสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว การเหยียบเบรก แล้วมีเสียงดัง คือ “สัญญาณเตือน” ว่าชิ้นส่วนบางอย่างเริ่มเสื่อมสภาพ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่ภาวะเบรกแตกหรือจานเบรกเสียหายรุนแรง ผู้ขับขี่สามารถวินิจฉัยอาการเบื้องต้นได้จากลักษณะของเสียง ดังนี้
- เสียงดัง “เอี๊ยด” แหลมๆ หรือเสียงหอน
อาการนี้ส่วนใหญ่มักเกิดจาก ผ้าเบรกใกล้หมด จนตัวเตือนที่เป็นโลหะเริ่มสัมผัสกับจานเบรก หรืออาจมีสิ่งสกปรก เช่น เศษทรายและคราบสนิมเกาะอยู่ที่หน้าสัมผัส หากล้างทำความสะอาดแล้วไม่หาย ควรรีบเปลี่ยนผ้าเบรกทันทีเพราะความหนาอาจเหลือต่ำกว่า 4 มม. - เสียงดัง “ครืด” เหมือนเหล็กขูดกัน
หากดังทุกครั้งที่แตะเบรกเบาๆ แสดงว่า ผ้าเบรกหมดเกลี้ยง จนโลหะของแผ่นหลังผ้าเบรกไปขูดกับจานเบรกโดยตรง กรณีนี้ต้องรีบซ่อมด่วนที่สุด เพราะจะทำให้จานเบรกสึกเป็นร่องลึกจนไม่สามารถเจียรจานได้ และต้องเสียเงินเปลี่ยนใหม่ยกชุด - เสียงดัง “แก๊กๆ กึกๆ” ขณะเหยียบเบรกในความเร็วต่ำ
มักเกิดจากความหลวมหรือความเสียหายของอะไหล่ประกอบ เช่น สลักคาลิเปอร์เบรกหลวม กิฟต์ล็อกผ้าเบรกผิดรูป หรือช่วงล่างบางจุดเสื่อมสภาพ ทำให้การเคลื่อนที่ของระบบเบรกไม่ได้ระนาบที่ถูกต้อง - เสียงดัง “ฟู่” เมื่อเหยียบแป้นเบรกค้างไว้
เป็นอาการเฉพาะของ หม้อลมเบรกรั่ว ซึ่งทำหน้าที่สร้างสูญญากาศช่วยผ่อนแรงเหยียบ หากปล่อยไว้จะทำให้เบรกแข็ง เหยียบยากขึ้น และต้องใช้ระยะเบรกมากขึ้นจนเป็นอันตราย
แนวทางการดูแลระบบเบรกให้พร้อมใช้งานและประหยัดค่าซ่อม
การป้องกันไม่ให้ระบบเบรกเสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด สามารถทำได้ด้วยเทคนิคการขับขี่ง่ายๆ เช่น การใช้ Engine Brake ช่วยชะลอความเร็วแทนการแตะเบรกแช่ยาวๆ เมื่อลงเขา หรือการเว้นระยะห่างจากคันหน้าให้เพียงพอเพื่อลดการเบรกกะทันหันโดยไม่จำเป็น
นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการขับรถลุยน้ำท่วมขังหากไม่จำเป็น เพราะความร้อนสะสมที่จานเบรกเมื่อเจอน้ำเย็นจัดอาจทำให้จานเบรกคดเสียรูปได้ และควรนำรถเข้าตรวจเช็กระบบเบรกทุกๆ 20,000 กิโลเมตร หรือทุก 6 เดือน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการเดินทาง
สรุปประเด็นสำคัญเรื่องเสียงเบรก
เสียงดังขณะเบรกมีทั้งแบบที่เป็น “ระบบช่วยชีวิต” (ABS) และ “สัญญาณเตือนภัย” (ผ้าเบรกหมด/ชิ้นส่วนชำรุด) สิ่งสำคัญคือผู้ขับขี่ต้องไม่ตกใจเมื่อระบบ ABS ทำงาน และต้องหมั่นสังเกตเสียงที่ผิดปกติในช่วงการขับขี่ทั่วไป หากพบเสียงเอี๊ยดหรือครืดต่อเนื่อง ควรรีบพบช่างเพื่อเปลี่ยนอะไหล่ก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามไปยังจานเบรกหรือช่วงล่างส่วนอื่น
Q&A คำถามที่คนใช้รถมักสงสัยเกี่ยวกับระบบเบรก
ทำไมเวลาเหยียบเบรกกะทันหันแล้วเบรกถึงสั่นดีดสู้เท้า? นั่นคืออาการปกติของระบบ ABS ที่กำลัง “จับ-ปล่อย” ผ้าเบรกอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ล้อล็อกตาย ช่วยให้คุณยังสามารถหมุนพวงมาลัยเพื่อหลบสิ่งกีดขวางได้ขณะเบรก
ผ้าเบรกควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ ต้องรอให้มีเสียงดังก่อนไหม? ไม่ควรรอให้มีเสียงดังครับ โดยปกติผ้าเบรกมีอายุใช้งานประมาณ 20,000 – 50,000 กิโลเมตร หรือเมื่อความหนาเหลือไม่ถึง 4 มม. ควรให้ช่างตรวจเช็กทุกครั้งที่นำรถเข้าถ่ายน้ำมันเครื่อง
จานเบรกเป็นร่อง ต้องเปลี่ยนใหม่เลยหรือแค่เจียรจานก็พอ? หากร่องไม่ลึกมากและจานยังมีความหนาเพียงพอ การ “เจียรจานเบรก” จะช่วยให้ผิวสัมผัสเรียบและเงียบเหมือนเดิมได้ แต่ถ้าจานบางเกินค่ามาตรฐานแล้ว ต้องเปลี่ยนใหม่เท่านั้นเพื่อความปลอดภัย