กระทรวงแรงงานเริ่มบังคับใช้กฎหมายแรงงานฉบับใหม่ เพื่อแก้ปัญหาภาวะเด็กเกิดน้อยที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในอนาคต โดยการยกระดับสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมและตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากขึ้น ไฮไลต์สำคัญคือการเพิ่ม วันลาคลอดบุตร จากเดิม 98 วัน เป็น 120 วัน เพื่อให้คุณแม่มีเวลาดูแลลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ พร้อมกำชับให้นายจ้างทั่วประเทศปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดห้ามเพิกเฉยต่อสิทธิเหล่านี้
สรุปสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายลาคลอด และดูแลบุตรฉบับล่าสุด
การปฏิรูปกฎหมายแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 มีการปรับเพิ่มสิทธิหลายด้านที่ลูกจ้างควรทราบเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง ดังนี้
- วันลาคลอดบุตร: เพิ่มสิทธิลาได้สูงสุด 120 วัน โดยให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างระหว่างลาเท่ากับวันทำงานปกติ ไม่เกิน 60 วัน
- สิทธิลาสำหรับคู่สมรส: เป็นครั้งแรกที่กฎหมายอนุญาตให้คู่สมรสลาไปช่วยภรรยาหลังคลอดได้ 15 วัน โดยได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน
- ลาดูแลบุตรป่วย: เพิ่มสิทธิลาได้อีก 15 วัน ในกรณีที่บุตรเจ็บป่วย พิการ หรือมีความผิดปกติ โดยลูกจ้างจะได้รับค่าจ้าง 50%
- ครอบคลุมจ้างเหมาบริการ: กฎหมายฉบับนี้คุ้มครองไปถึงลูกจ้างจ้างเหมาบริการในหน่วยงานรัฐ ให้ได้รับสิทธิเท่าเทียมกับลูกจ้างทั่วไปทั้งค่าแรงและวันหยุด
นายจ้างต้องปรับตัว กระทรวงแรงงานสั่งลุยตรวจเข้ม
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเร่งสร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการทั่วประเทศ หากนายจ้างรายใดละเลยหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายใหม่นี้จะมีบทลงโทษตามที่กำหนดไว้ การผลักดันกฎหมายนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้คนทำงานกล้าที่จะมีบุตรมากขึ้น และช่วยลดความกังวลเรื่องรายได้ในช่วงที่ต้องหยุดงานไปดูแลครอบครัว
สรุปได้ว่า กฎหมายลาคลอด 120 วัน มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม ที่ผ่านมา ลูกจ้างทั้งภาครัฐและเอกชนควรศึกษาสิทธิของตนเองให้ดี ส่วนนายจ้างต้องเตรียมพร้อมปรับปรุงระเบียบการลาภายในบริษัทให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาข้อพิพาทแรงงาน