มดลูกแตก (Uterine Rupture) ภาวะวิกฤตที่ต้องรู้เพื่อความปลอดภัยของแม่และลูก

มดลูกแตก (Uterine Rupture) ภาวะวิกฤตที่ต้องรู้เพื่อความปลอดภัยของแม่และลูก

ข้อมูลทางการแพทย์จาก Cleveland Clinic และ สำนักระบาดวิทยา ระบุว่า ภาวะมดลูกแตก (Uterine Rupture) แม้จะพบได้น้อย (ประมาณ 1 ใน 2,000 ของการตั้งครรภ์ทั่วไป) แต่เป็นภาวะวิกฤตที่ทำให้อัตราการเสียชีวิตของทารกสูงถึง 6% และมารดามีความเสี่ยงเสียเลือดจนช็อกได้ ประเด็นสำคัญที่ควรทราบมีดังนี้

  • กลุ่มเสี่ยงสูงสุด: คุณแม่ที่เคยผ่าตัดคลอด (C-Section) มาก่อน โดยเฉพาะผู้ที่พยายามคลอดธรรมชาติในท้องถิ่น (VBAC)
  • สัญญาณเตือน: ปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน เลือดออกทางช่องคลอด และที่สำคัญที่สุดคือ ทารกดิ้นน้อยลงหรือหัวใจเต้นผิดปกติ
  • ระยะเวลาเกิด: สามารถเกิดขึ้นได้ทุกระยะของการตั้งครรภ์ แต่พบบ่อยที่สุดในช่วง “เจ็บครรภ์คลอด”

สาเหตุหลักของการเกิดมดลูกแตก

1. ความผิดปกติของผนังมดลูก

  • แผลเก่าจากการผ่าตัด: แผลเป็นจากการผ่าคลอดครั้งก่อน (โดยเฉพาะแผลแนวตั้ง) หรือแผลจากการผ่าเนื้องอกมดลูก เป็นจุดที่อ่อนแอที่สุดเมื่อมดลูกขยายตัว
  • มดลูกผิดปกติแต่กำเนิด: เช่น มดลูกมีขนาดเล็กเกินไป หรือมีรูปร่างผิดปกติ (Bicornuate Uterus) ทำให้ไม่สามารถขยายตามขนาดทารกได้

2. แรงดันภายในมดลูกมากเกินไป

  • ครรภ์แฝด: มดลูกต้องขยายตัวมากกว่าปกติหลายเท่า
  • ทารกตัวใหญ่ผิดปกติ: หรือทารกอยู่ในท่าขวาง ทำให้ผนังมดลูกบางส่วนถูกยืดจนปริแตก

3. การบีบตัวของมดลูกที่ผิดปกติ

  • การใช้ยาเร่งคลอดในปริมาณที่มากเกินไป หรือการได้รับยาบางชนิดที่กระตุ้นการหดตัวรุนแรง จนผนังมดลูกทนไม่ไหว

สัญญาณเตือนและภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต

เมื่อมดลูกแตกจะเกิดรูโหว่ที่ทำให้เลือดไหลเข้าไปในช่องท้องจำนวนมาก คุณแม่อาจมีอาการดังนี้

  • ภาวะช็อก: ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นเร็ว เวียนศีรษะ หายใจถี่
  • ทารกหลุดเข้าช่องท้อง: เมื่อมดลูกแตก ทารกอาจหลุดออกจากมดลูกเข้าไปในช่องท้อง ทำให้ขาดออกซิเจนและเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว
  • การสูญเสียมดลูก: ในรายที่เสียเลือดมากและไม่สามารถซ่อมแซมได้ แพทย์อาจจำเป็นต้อง ตัดมดลูก (Hysterectomy) เพื่อรักษาชีวิตคุณแม่

สรุปแนวทางการป้องกันและดูแลตัวเอง

ภาวะมดลูกแตกเป็นเหตุการณ์ที่คาดเดาได้ยาก แต่ลดความเสี่ยงได้โดย

  • แจ้งประวัติโดยละเอียด: หากเคยผ่าคลอด ขูดมดลูก หรือผ่าตัดเนื้องอก ต้องแจ้งแพทย์ทันที
  • ปรึกษาแผนการคลอด: หากเคยผ่าคลอดมาก่อน แพทย์มักแนะนำให้ผ่าคลอดซ้ำเพื่อเลี่ยงแรงเบ่งที่อาจทำให้แผลเดิมปริ
  • สังเกตอาการผิดปกติ: หากมีอาการปวดท้องรุนแรงในจุดเดิม (บริเวณแผลเก่า) หรือลูกดิ้นน้อยลง ให้รีบพบแพทย์ทันที

Q&A คำถามที่พบบ่อย

  1. เคยผ่าคลอดแล้ว ท้องถัดไปคลอดธรรมชาติได้ไหม? ทำได้ (เรียกว่า VBAC) แต่มีความเสี่ยงมดลูกแตกประมาณ 1 ใน 300 ราย ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือผ่าตัดฉุกเฉินพร้อมเท่านั้น
  2. มดลูกแตกแล้วสามารถมีลูกอีกได้ไหม? ได้ หากแพทย์สามารถซ่อมแซมมดลูกได้สำเร็จ แต่การตั้งครรภ์ครั้งต่อไปจะมีความเสี่ยงสูงมาก และจำเป็นต้อง ผ่าตัดคลอด ก่อนกำหนดเพื่อเลี่ยงการเจ็บท้อง
  3. มดลูกแตกแบบ “ไม่สมบูรณ์” ต่างจาก “สมบูรณ์” อย่างไร? แบบไม่สมบูรณ์คือรอยฉีกขาดไม่ทะลุทุกชั้นของมดลูก (ยังเหลือชั้นเยื่อบุบางๆ) อันตรายน้อยกว่าแบบสมบูรณ์ที่ฉีกขาดทะลุทุกชั้นจนเลือดและทารกหลุดเข้าช่องท้อง

Related Posts

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save