รัฐบาลอิหร่านและสื่อทางการยืนยันอย่างเป็นทางการเมื่อเช้าวันที่ 1 มีนาคม 2569 ว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดวัย 86 ปี เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศในปฏิบัติการ “Epic Fury” โดยกองกำลังผสมสหรัฐฯ-อิสราเอล ซึ่งมุ่งเป้าทำลายศูนย์กลางอำนาจในกรุงเตหะราน สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
- สาเหตุการสังหาร: สหรัฐฯ ระบุว่าเป็นปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อยับยั้งภัยคุกคามนิวเคลียร์และทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่านที่เตรียมโจมตีพันธมิตรในภูมิภาค
- ปฏิบัติการ Epic Fury: ใช้การโจมตีทางอากาศในเวลากลางวัน (Daylight Strike) โดยใช้ระเบิดกว่า 30 ลูกถล่มทำเนียบและศูนย์บัญชาการในย่าน Pasteur Street จนพังทลาย
- ความสูญเสีย: นอกจากคาเมเนอีแล้ว ยังมีรายงานว่าสมาชิกในครอบครัวและที่ปรึกษาระดับสูงหลายรายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที
- ประกาศจากอิหร่าน: รัฐบาลอิหร่านประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศ 40 วัน และประกาศหยุดราชการ 7 วัน พร้อมคำขู่ตอบโต้อย่างรุนแรงต่อสหรัฐฯ และอิสราเอล
เปิดประวัติและเส้นทางอำนาจ 36 ปีของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี
อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดในปี 1989 ต่อจาก อยาตอลเลาะห์ รูฮอลลาห์ โคมินี ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลาม แม้ในช่วงแรกจะถูกปรามาสเรื่องคุณวุฒิทางศาสนา แต่เขาสามารถรวบอำนาจผ่านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) จนกลายเป็นผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดเหนือรัฐบาลและกองทัพอย่างเบ็ดเสร็จ นโยบายตลอด 3 ทศวรรษของเขาเน้นการต่อต้านตะวันตกและขยายอิทธิพลผ่านกลุ่มตัวแทน (Proxies) ทั่วตะวันออกกลาง
ในมิติของการเมืองโลก คาเมเนอีคือผู้คุมบังเหียนโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ซึ่งเป็นชนวนเหตุสำคัญของความขัดแย้งกับชาติมหาอำนาจ แม้จะเคยบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ในปี 2015 แต่หลังจากสหรัฐฯ ถอนตัวในปี 2018 คาเมเนอีได้กลับมาใช้นโยบายแข็งกร้าวเต็มรูปแบบ จนนำมาสู่การปะทะด้วยอาวุธและปฏิบัติการสังหารในครั้งนี้ที่สหรัฐฯ อ้างว่าเป็นไปเพื่อ “สันติภาพที่ถาวร” ในภูมิภาค
สถานการณ์ภายในประเทศภายใต้การนำของเขาเต็มไปด้วยความตึงเครียด จากการปราบปรามกลุ่มผู้เห็นต่างอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเหตุการณ์ประท้วงใหญ่ในปี 2022 และล่าสุดในเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา ทำให้ภาพลักษณ์ของเขามีทั้งด้านผู้ปกป้องชาติในสายตาฝ่ายสนับสนุน และผู้ใช้อำนาจเผด็จการในสายตาฝ่ายวิจารณ์ การเสียชีวิตของเขาจึงถือเป็นการปิดฉากยุคสมัยที่ยาวนานที่สุดยุคหนึ่งของอิหร่าน
สุญญากาศอำนาจและอนาคตของอิหร่านหลังยุคคาเมเนอี
การหายไปของศูนย์รวมอำนาจสูงสุดอย่างกะทันหันทำให้ประเทศเข้าสู่สภาวะสุญญากาศ เนื่องจากคาเมเนอีไม่ได้ระบุตัวทายาททางการเมืองไว้อย่างเป็นทางการ ตามรัฐธรรมนูญ “สภาผู้เชี่ยวชาญ” (Assembly of Experts) จะต้องเร่งคัดเลือกผู้นำคนใหม่ ท่ามกลางกระแสข่าวลือเกี่ยวกับ โมจทาบา คาเมเนอี บุตรชายที่มีบทบาทสูงในกองกำลังความมั่นคง แต่การก้าวขึ้นมาของเขาอาจเผชิญแรงต้านทั้งจากภายในและแรงกดดันจากปฏิบัติการ “ระบอบการปกครองใหม่” ที่สหรัฐฯ พยายามผลักดัน
นักวิเคราะห์มองว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ กองกำลัง IRGC จะมีบทบาทสูงสุดในการคุมสถานการณ์และอาจขึ้นมามีอำนาจนำเหนือฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน เพื่อรักษาเสถียรภาพและเตรียมการตอบโต้ทางการทหาร โลกจึงต้องจับตาดูว่าอิหร่านจะเลือกเดินหน้าสู่การเจรจาภายใต้ผู้นำใหม่ หรือจะเลือกขยายวงสงครามให้กว้างขวางขึ้นกว่าเดิม