ข้อมูลจาก Sanook รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษา ยกฟ้อง ในคดีที่ 3 ของ แอม ไซยาไนด์ (นางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์) กรณีถูกกล่าวหาว่าวางยาฆ่า น.ส.นิตยา แก้วบุปผา วิศวกรสาวในจังหวัดนครปฐม เมื่อปี 2563 โดยมีประเด็นสำคัญที่เป็นเหตุแห่งการยกฟ้องดังนี้
- หลักฐานการครอบครอง: พนักงานสอบสวนพบว่าจำเลยสั่งซื้อไซยาไนด์ในปี 2565 แต่คดีนี้เกิดปี 2563 จึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจำเลยมีสารพิษในครอบครองขณะเกิดเหตุ
- ผลชันสูตรไม่ชี้ชัด: แพทย์นิติเวชไม่สามารถยืนยันได้ว่าเสียชีวิตจากไซยาไนด์ เนื่องจากไม่ได้ตรวจหาสารพิษดังกล่าวในช่วงแรกที่เสียชีวิต
- ข้อสงสัยเรื่องแรงจูงใจ: ศาลพบว่าหลังผู้ตายเสียชีวิต จำเลยยังติดต่อให้สามีผู้ตายมาไถ่รถคืน จึงมีข้อสงสัยว่าประสงค์ต่อทรัพย์จริงหรือไม่
- สถานะปัจจุบัน: แม้ยกฟ้องแต่ศาลให้ ควบคุมตัวไว้ระหว่างอุทธรณ์ เนื่องจากคดีมีโทษสูงถึงประหารชีวิต
วิเคราะห์เหตุผลศาลยกฟ้อง: เมื่อหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ไม่เพียงพอ
ในคดีนี้ พยานโจทก์สามารถยืนยันได้เพียงว่าจำเลยไปพบผู้ตายจริงที่หอพักและไซต์ก่อสร้างก่อนเกิดเหตุ ซึ่งขัดกับคำให้การของจำเลยที่อ้างว่าไม่เคยไป อย่างไรก็ตาม “การไปพบ” ไม่ได้เป็นหลักฐานมัดตัวว่ามีการวางยาเกิดขึ้นจริง เนื่องจากพยานไม่ได้เห็นการดื่มกินหรือการส่งมอบสารพิษต่อหน้า
ประเด็นที่ส่งผลต่อรูปคดีมากที่สุดคือ ไทม์ไลน์การสั่งซื้อไซยาไนด์ โดยทนายความจำเลยชี้ให้เห็นว่า หลักฐานการสั่งซื้อสารพิษที่ปรากฏในสำนวนเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2565 ซึ่งทิ้งช่วงจากวันเกิดเหตุในคดีนี้ (ปี 2563) นานถึง 2 ปี เมื่อโจทก์ไม่สามารถแสดงหลักฐานได้ว่าในปี 2563 จำเลยได้รับสารไซยาไนด์มาจากที่ใด หรือมีไว้ในครอบครองอย่างไร ศาลจึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยตามหลักกฎหมาย
นอกจากนี้ ในส่วนของผลชันสูตร แม้แพทย์นิติเวชและผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาจะให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า อาการของผู้ตาย “คล้าย” การได้รับไซยาไนด์ แต่ในทางคดีอาญาที่ต้องการความชัดเจนปราศจากข้อสงสัย การที่ไม่ได้ตรวจหาสารพิษในศพตั้งแต่แรกทำให้ขาด “พยานวัตถุ” ที่เป็นหัวใจสำคัญในการเอาผิด
สรุปภาพรวมคดีแอม ไซยาไนด์ และแนวทางการต่อสู้คดีถัดไป
คดีของ น.ส.นิตยา ถือเป็นคดีที่ 3 ที่มีการตัดสิน โดยก่อนหน้านี้แอม ไซยาไนด์ ถูกศาลตัดสินในคดีอื่นมาแล้ว 2 คดี คือคดีของ “ก้อย ศิริพร” (ตัดสินประหารชีวิต) และคดีของ “สารวัตรปู” (ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต) ซึ่งทั้งสองคดีนั้นมีหลักฐานพยานแวดล้อมและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แน่นหนากว่า
ทนายความของจำเลยเปิดเผยว่า จะนำคำพิพากษายกฟ้องในครั้งนี้ไปใช้เป็นแนวทางต่อสู้คดีที่เหลือ โดยเฉพาะกลุ่มคดีที่เกิดขึ้นก่อนปี 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่ยังไม่มีหลักฐานการสั่งซื้อไซยาไนด์ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายอัยการโจทก์ยังมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงเพื่อให้พิจารณาพยานหลักฐานใหม่อีกครั้ง
สรุปประเด็นสำคัญ
ศาลอาญา ยกฟ้องแอม ไซยาไนด์ ในคดีวางยาฆ่าวิศวกรสาวปี 63 เนื่องจากโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์การครอบครองสารไซยาไนด์ในช่วงเวลาเกิดเหตุได้ และผลชันสูตรไม่ได้ตรวจหาสารพิษตั้งแต่ต้น แต่จำเลยยังต้องถูกขังต่อไปเพื่อรอการอุทธรณ์และรับโทษในคดีอื่น ๆ