ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือน พายุฤดูร้อน ฉบับล่าสุดวันที่ 5 มีนาคม 2569 ระบุว่าประเทศไทยตอนบนเตรียมรับมือฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบหนักสุด
ประเด็นสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง
- พื้นที่เสี่ยง: ภาคเหนือ (30%), ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (40%), ภาคกลาง (20%) และภาคตะวันออก (30%)
- ลักษณะอากาศ: พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตกบางแห่ง
- ความปลอดภัย: ให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง
- การเกษตร: เกษตรกรควรทำที่ค้ำยันไม้ผลและดูแลสัตว์เลี้ยงป้องกันความเสียหายจากแรงลม
เจาะลึกพื้นที่รับมือพายุฤดูร้อนและผลกระทบรายภาค
พายุฤดูร้อนครั้งนี้เกิดจากบริเวณความกดอากาศสูงจากจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคอีสานและทะเลจีนใต้ ปะทะกับมวลอากาศร้อนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้เกิดพายุฝนฉับพลัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเจอฝนร้อยละ 40 ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกในจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ ไปจนถึงอุบลราชธานี ส่วนภาคเหนือครอบคลุมพื้นที่กว้างตั้งแต่เชียงใหม่ เชียงราย ยาวไปจนถึงเพชรบูรณ์
สำหรับภาคกลางตอนบนอย่างนครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี มีโอกาสเจอทั้งลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกเช่นกัน ในขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลแม้จะยังไม่มีรายงานพายุฝนชัดเจน แต่สภาพอากาศจะร้อนจัดและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุดพุ่งถึง 38 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดฝนฟ้าคะนองในระยะถัดไปได้
ทางฝั่งภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่นครศรีธรรมราชลงไป มีฝนฟ้าคะนองบางแห่งและคลื่นลมแรงในบริเวณที่มีฝน ชาวเรือควรระมัดระวังเป็นพิเศษและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร นอกจากนี้ควรระวังปัญหาฝุ่นละอองสะสมในภาคเหนือและภาคกลางตอนบน เนื่องจากลมที่พัดปกคลุมมีกำลังอ่อนทำให้การระบายอากาศไม่ดีในช่วงนี้
สรุปภาพรวมพยากรณ์อากาศ
วันที่ 5 มีนาคมนี้ เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสภาพอากาศที่สำคัญ ประชาชนใน 4 ภาคหลัก (เหนือ, อีสาน, กลาง, ตะวันออก) ต้องระวังพายุฤดูร้อน ลมกระโชกแรง และฟ้าผ่า แนะนำให้ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของที่พักอาศัยและเตรียมพร้อมรับมือฝนถล่มฉับพลัน