ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือน พยากรณ์อากาศวันนี้ระบุว่า ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเพิ่มขึ้นใน 47 จังหวัด ซึ่งมีสาเหตุมาจากมวลอากาศเย็นระลอกใหม่จากจีนแผ่ลงมาปกคลุมลาวและเวียดนามตอนบน ปะทะกับลมใต้ที่นำความชื้นเข้าปกคลุมไทยขณะที่ยังมีอากาศร้อนจัด สรุปประเด็นสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังดังนี้
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีโอกาสฝนฟ้าคะนองสูงสุดร้อยละ 40 ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรง
- ภาคใต้ฝั่งตะวันออกและตะวันตก เจอฝนตกหนักบางแห่งร้อยละ 40 ของพื้นที่ คลื่นสูงกว่า 2 เมตรในจุดที่มีฝน
- กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีอากาศร้อนในตอนกลางวันและฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่
- พื้นที่เสี่ยงภัยภาคเหนือตอนบน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 และอากาศร้อนจัดสูงสุด 41 องศาเซลเซียส
สภาพอากาศวันนี้และพื้นที่เสี่ยงภัยฝนฟ้าคะนอง
จากการติดตามสภาพอากาศพบว่า วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้เกิดการปะทะกันของมวลอากาศเย็นและมวลอากาศร้อน ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงเพื่อป้องกันอันตรายจากลมกระโชกแรงที่อาจเกิดขึ้นกะทันหัน
สำหรับคนทำงานในเมืองใหญ่และกรุงเทพมหานคร อากาศยังคงร้อนจัดในตอนกลางวันโดยมีอุณหภูมิสูงสุดแตะ 37 องศาเซลเซียส แม้โอกาสเกิดฝนจะมีเพียงร้อยละ 20 แต่ลักษณะฝนจะเป็นแบบลมกระโชกแรงบางแห่ง ซึ่งอาจกระทบต่อการเดินทางในช่วงเย็น ส่วนภาคกลางตอนบนอย่างจังหวัดอุทัยธานีและกาญจนบุรี อุณหภูมิยังคงพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียสในบางพื้นที่ จึงต้องระมัดระวังเรื่องสุขภาพจากอากาศร้อนจัดสลับกับฝนที่อาจตกลงมาช่วยคลายร้อนได้บ้างในบางจุด
ในส่วนของภาคใต้ ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและอันดามันเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้มีฝนตกหนักกระจายตัวในหลายจังหวัด เช่น ชุมพร สุราษฎร์ธานี พังงา และภูเก็ต ชาวเรือและนักท่องเที่ยวทางทะเลควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองซึ่งคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร แนะนำให้ตรวจสอบพยากรณ์อากาศแบบรายชั่วโมงก่อนออกเดินเรือเพื่อความปลอดภัย
พยากรณ์อุณหภูมิและปริมาณฝนแยกตามภูมิภาค
สถานการณ์ฝุ่นละอองในระยะนี้ยังอยู่ในเกณฑ์เล็กน้อยถึงปานกลาง เนื่องจากมีฝนตกลงมาช่วยชะล้างในหลายพื้นที่ อย่างไรก็ตาม เกษตรกรควรเตรียมความพร้อมรับมือกับลมกระโชกแรงที่อาจทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหายได้ โดยมีรายละเอียดการพยากรณ์รายภาคดังนี้
| ภาค | ปริมาณฝน (%) | อุณหภูมิสูงสุด (องศาเซลเซียส) | จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ |
| เหนือ | 20% | 35-41 | เชียงราย, พะเยา, แพร่, น่าน, อุตรดิตถ์ |
| ตะวันออกเฉียงเหนือ | 40% | 36-37 | เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, อุดรธานี, อุบลราชธานี |
| กลาง | 20% | 37-40 | อุทัยธานี, สระบุรี, กาญจนบุรี, ราชบุรี |
| ใต้ (ทั้งสองฝั่ง) | 40% | 34-37 | ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, ภูเก็ต, กระบี่ |
สรุปภาพรวมสภาพอากาศวันนี้
พยากรณ์อากาศวันนี้แสดงให้เห็นถึงช่วงเปลี่ยนผ่านที่มีมวลอากาศเย็นแผ่ลงมาชนกับอากาศร้อน ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงใน 47 จังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคอีสานและภาคใต้ที่จะมีฝนตกชุกกว่าภาคอื่น ขณะที่ กทม. และภาคกลางยังต้องรับมือกับอากาศร้อนจัดในตอนกลางวันสลับกับลมกระโชกแรงบางแห่ง
Q&A คำถามที่พบบ่อย
วันนี้ กทม. ฝนตกไหม? กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ โดยมักมีลมกระโชกแรงร่วมด้วยในช่วงที่อากาศร้อนจัดจัดในตอนกลางวัน
ภาคไหนมีโอกาสฝนตกหนักที่สุดวันนี้? ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ (ทั้งสองฝั่ง) มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักสูงสุดที่ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ลมกระโชกแรงวันนี้เกิดจากอะไร? เกิดจากมวลอากาศเย็นระลอกใหม่จากจีนแผ่ลงมาปะทะกับอากาศร้อนและความชื้นในประเทศไทย ทำให้สภาพอากาศแปรปรวนจนเกิดลมกระโชกแรงและฝนฟ้าคะนอง